Students & Testimonials

Watch Video Clips

 


นักเรียนคอร์ส Voice

เคยมีคํากล่าวว่า “เป็นหน้าที่ของเราที่จะพูดให้คนอื่นเข้าใจ ไม่ใช่หน้าที่ของคนอื่นที่จะทําความเข้าใจในสิ่งที่เราพูด” ในหลักการสื่อสาร ผู้ส่งสารที่ดีจึงต้องมีการสื่อสารที่ชัดเจน เสียงที่เปล่งออกมาจากการพูดจึงเป็นเรื่องที่สําคัญมากในการสื่อสารไปถึงผู้รับสาร ซึ่งนอกจากจะช่วยให้มีบุคลิกภาพที่ดีแล้ว ยังจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการสื่อสาร เพราะแม้ว่าผู้พูดหรือผู้ส่งสารจะเก่งมีความรู้ความสามารถเพียงใด แต่ถ้าสื่อสารด้วยเสียงที่ไม่ชัดเจน พูดไม่ชัด พูดเบาเกินไป เสียงขาดพลัง ฯลฯ เหล่านี้ย่อมมีผลกระทบต่อผู้รับสาร และการสื่อสารอาจขาดประสิทธิภาพไปอย่างน่าเสียดายอย่างที่ไม่ควรจะเป็น ปัญหาเหล่านี้มีเทคนิคที่แก้ไขได้ไม่ยาก เพียงแต่ต้องอาศัยผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ในเรื่องของ voice training ที่จะช่วยชี้แนะแนวทางการแก้ไขที่ถูกต้อง
สาเหตุที่มาเรียนคลาส voice training กับครูมิ้น เนื่องจากอยากจะพัฒนาตนเองให้มีการสื่อสารที่ดียิ่งขึ้น รู้สึกว่าตนเองพูดไม่ชัด จังหวะการพูดรวบคําเกินไป บางครั้งอาจฟังไม่ชัดเจน คิดมาตลอดว่าอยากแก้ไขให้ดีกว่านี้ การพูดของเราต้องดีกว่านี้ได้ ซึ่งส่วนหนึ่งของงานจะมีการพูด การบรรยายวิชาการ การเสนอแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในที่ประชุม ซึ่งการใช้เสียงที่ดีแสดงถึงบุคลิกภาพที่ดี สร้างความน่าเชื่อถือ ไม่เพียงแต่ช่วยให้การสื่อสารดีขึ้นเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ การใช้เสียงที่ถูกต้อง ช่วยในเรื่องสุขภาพเสียงของเราในระยะยาวด้วย ก่อนหน้าที่จะมาเรียนกับครูมิ้น รู้สึกตัวเองมาตลอดว่าเวลาพูดนานๆ แล้วจะรู้สึกเจ็บคอ รู้สึกเหนื่อย ซึ่งเราน่าจะมีการใช้เสียงที่ผิดวิธีแน่ๆ แต่ก็ไม่ทราบว่าจะแก้ไขอย่างไร พยายามแสวงหาผู้ที่จะช่วยเราได้ เคยไปเข้าคอร์สเกี่ยวกับการพูดราคาเป็นหมื่นเพราะเชื่อว่าผู้สอนน่าจะช่วยเราได้ การไปเรียนครั้งนั้นทําให้ได้บทเรียนมาแนะนําคนอื่นๆ ต่อว่า หากเราคิดว่าปัญหาของเราต้องแก้ไขด้วยผู้ที่เชี่ยวชาญเรื่อง voice จงไปเข้าคลาสที่ผู้สอนศึกษามาทาง voice โดยตรง เพราะถ้าเราเพียงหาคอร์สตามอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่เต็มไปหมด ผู้สอนแต่ละคนก็มีโปรไฟล์ต่างกัน พยายามนําเสนอว่าตนเองมีชื่อเสียงโดดเด่นแบบไหนบ้างเพื่อดึงดูดผู้เรียน แต่จากประสบการณ์ต้องขอแนะนําเลยว่า ให้พิจารณาว่าผู้สอนจบมาทาง voice หรือไม่เป็นสิ่งสําคัญที่สุด เนื่องจากที่ผ่านมาพิจารณาแค่เปลือกนอกของคอร์สที่ดูดี ผู้สอนมีชื่อเสียง (แต่ไม่ได้จบมาทาง voice) พอไปเรียนจริงๆ แตะเรื่องการพัฒนาเสียง ปรับปรุงเสียงน้อยมาก ครูบอกให้เปล่งเสียงออกมาจากท้อง ใช้มือแตะที่ท้องเรา ครูเท่านั้นที่รู้ว่าเราออกเสียงถูกไหมแล้วเดินจากไป ไปดูนักเรียนคนอื่น เราก็ไม่เคยเข้าใจว่าอะไรคือ “ออกเสียงออกมาจากท้อง” อยากจะทําให้ได้แบบนั้น แต่ไม่ทราบว่าจะทําอย่างไร จบคอร์สนั้นมาก็ยังไม่เข้าใจ จนมาได้เจอครูมิ้น ซึ่งเทคนิคง่ายๆ ของครูมิ้นนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ให้เรา “รู้” ว่านี่เรากําลังออกเสียงจากท้องหรือไม่ เรายังสามารถ “correct หรือ แก้ไข” มันได้ทันทีที่เรารู้ตัวด้วยตัวเราเองว่าเรากําลังออกเสียงผิดวิธี ที่เซอร์ไพรส์มากกว่านั้นคือ ด้วยเทคนิคและวิธีการฝึกอย่างมีหลักการและมีขั้นตอนง่ายๆ ของครูมิ้นนั้น ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ภายใน 2 ชั่วโมงแรกของการเรียน!
ในแต่ละนาทีของคลาสผ่านไปอย่างมีความหมาย หากแต่ว่าไม่เครียดอย่างที่คิด บรรยากาศสบายๆ มากๆ ด้วยเทคนิคการสอนที่ดีมาก และความเป็น “ครู” ที่ดีของครูมิ้น คือความแตกต่างจากคลาสอื่นๆ
ทําไมถึงได้กล่าวเช่นนั้น?
หลังจากที่เรียน 2 ชั่วโมงแรก รู้สึกได้เลยว่าครูมิ้น sensitive มาก มีความใกล้ชิดผู้เรียน concentrate กับผู้เรียนเท่านั้น มีความไวต่อกับอาอัปกิริยาและความรู้สึกของผู้เรียน ว่าระหว่างเรียนผู้เรียนกําลังรู้สึกอย่างไร กําลังรู้สึก down ไหม ไหวไหม ไม่มั่นใจไหม ทันทีที่ครูมิ้นจับความรู้สึกเหล่านี้ได้ ครูมิ้นจะดึงนักเรียนขึ้นมาจากความรู้สึกนั้นทันที ครูจะไม่ปล่อยให้เรารู้สึก down แม้สักนาที ครูจะเปลี่ยนเทคนิคการสอนทันทีเพื่อที่จะ build ความรู้สึกเราขึ้นมาใหม่ ให้เรารู้สึกมั่นใจว่าเราสามารถข้ามผ่านแบบฝึกหัดแต่ละ step ของครูด้วยความรู้สึกมั่นใจ ด้วยจิตใจที่แช่มชื่น และพร้อมที่จะเดินก้าวต่อไปด้วยกันใน step ต่อไป นี่คือความพิเศษที่พบหาไม่ได้ง่ายๆ ครูมิ้นเป็นต้นแบบที่ดีจริงๆ ที่เราเองในฐานะเป็นอาจารย์ต้องดูเป็นแบบอย่าง เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างบรรยากาศการเรียนให้น่าเรียนรู้และพัฒนาผู้เรียนได้อย่างดี นอกจากนี้ ความชํานาญและความแม่นยําในการวิเคราะห์เสียงของครูมิ้น ทําให้ครูมิ้นใช้เพียงแค่ “ทักษะการฟัง” ที่ชํานาญของครูมิ้น สามารถชี้จุดที่เราต้องปรับได้ในทันทีโดยอัตโนมัติว่าขณะนี้เรากําลังใช้เสียงจากช่องท้องหรือจากคอ (ที่ทําให้เราเกิดปัญหา) จุดนี้คือความพิเศษที่เรารู้สึกว่า เรามาถูกทางและมาหาถูกคนแล้วจริงๆ อยากให้ทุกท่านที่กําลังหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องการใช้เสียงได้มาเรียนกับครูมิ้น แค่การเรียนเพียง 6 ชั่วโมง (3 ครั้ง) จะเปลี่ยนวิธีการใช้เสียงของท่านไปได้ตลอดชีวิต เพราะเราต้องใช้เสียงในการพูดตลอดทุกวันที่เรามีชีวิตอยู่ ซึ่งมันคุ้มค่ามากที่จะเปลี่ยนเราให้มีสุขภาพเสียงที่ดี มีบุคลิกภาพที่ดี สร้างความน่าเชื่อถือในการทํางานที่ต้องใช้การสื่อสาร หรืออย่างน้อยที่สุด... ตัวเราเองลดความไม่สุขสบายต่างๆ จากการใช้เสียงที่ไม่ถูกต้อง แก้ไขได้ง่ายๆ จากเทคนิคที่ครูมิ้นจะพาเราไปในแต่ละ step ที่ง่ายจนเราเองก็เซอร์ไพรส์ว่ามันง่ายมากและใช้ได้ทุกเวลา ขอบคุณครูมิ้นมากๆ ที่ทําคอร์สนี้ขึ้นมาค่ะ ได้เจอถูกคนจริง
หมายเหตุ: ขออนุญาตไม่เปิดเผยชื่อ-นามสกุลจริงในทุกสื่อ
ดร.เบญ 26 มิถุนายน 2560,
นักวิชาการอิสระ, อาจารย์, ที่ปรึกษางานวิจัย

ก่อนหน้านี้เป็นคนมีปัญหาเรื่องการออกเสียงมากเลยค่ะ คือเวลาพูดเหมือนเสียงจะเบาๆ อยู่ในลำคอ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องสุขภาพอะไร คนที่คุยด้วยก็จะคอยถามตลอดว่าอะไรนะ ไม่ค่อยได้ยิน หรือไม่ก็ฟังผ่านๆ แบบเข้าใจไปเอง ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการสื่อสารพอสมควร หรือเวลาอยากพูดเสียงดัง ตั้งใจตะโกนมาก แต่เสียงก็ออกมาเท่าเดิม แต่พอมาเรียนคอร์ส Voice Training โลกกว้างขึ้นมาทันทีค่ะ ไม่เคยคิดมาก่อนเลย ว่าเสียงที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เราสามารถฝึกและหัดออกเสียงให้ถูกต้องได้ ตอนนี้รู้หลักการออกเสียงแล้วค่ะ ชีวิตดีขึ้นมาก 555 อาจจะยังออกเสียงไม่ถูกตลอดเวลา แต่ก็จะพยายามฝึกฝนและพัฒนาตัวเองเรื่อย ๆ ตอนนี้เวลาจะคุยทำให้เราตั้งใจโฟกัสที่เสียงมากขึ้น พรีเซนต์งานก็มีความมั่นใจมากขึ้น เพราะแน่ใจว่าคนฟังต้องได้ยินเราชัดแน่ ขอบคุณครูมิ้นมากค่ะ
เยาวลักษณ์ สารี,
Account Director, Digital New Age Agency (DNA)

เป็น course ที่ดีมากครับ ช่วยให้เราออกเสียงอย่างถูกต้อง เราเคยได้ยินตั้งแต่ตอนเป็นเด็กๆว่า เสียงควรเปล่งออกมาจากท้อง แต่เราก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง คอร์สนี้ช่วยให้เราฝึกวิธีการเปล่งเสียงออกมาจากท้อง และยังช่วยให้เรารู้ถึงความแตกต่างเวลาเสียงกระทบแต่ละส่วนภายในช่องปาก ช่วยฝึกการออกเสียงคำบางคำที่เราเคยออกเสียงไม่ค่อยชัดให้ชัดขึ้น สุดท้ายช่วยให้เราปรับปรุง น้ำเสียง จังหวะ และท่าทาง โดยเฉพาะเวลาพูดในที่สาธารณะให้ดีขึ้น ขอบคุณครูมิ้นครับที่เปิดสอนหลักสูตรดีๆแบบนี้ครับ
ธนากร เล็กวิจิตรธาดา (เซ็น),
นักธุรกิจ

เรียน voice training กับครูมิ้นแค่ 2-3 ครั้ง นายๆ ก็ทักเลยว่า present งานดีขึ้นอย่างชัดเจน (ปลื้มมมม) ... ครูมิ้นสอนสนุกและทำให้การเพิ่มคุณภาพเสียงกลายเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว

Phimnaphat U-tamachatiwat,
Chief, Finance, PTT Green Energy Pte. Ltd.

ก่อนอื่นอยากจะขอบคุณครูพี่มิ้นมากค่ะ และอยากบอกว่าดีใจสุดๆ ที่มีโอกาสได้เรียนกับครูมิ้น ครูมิ้นสอนสนุกเป็นกันเองและทุ่มเทในการสอนมาก ครูมิ้นสามารถชี้ข้อบกพร่องในการใช้เสียง ถ่ายทอดวิธีแก้ไขและให้นำกลับไปฝึกฝน รวมถึงยังสามารถดึงศักยภาพของอุ๋มออกมา อุ๋มชอบพูดว่าทำไม่ได้ แต่ครูมิ้นจะพูดเสมอว่าทำได้และพี่ว่าทำได้มากกว่านี้ด้วย ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นเป็นกองเลยค่ะ 555+ ตอนนี้จบคอร์ส Voice แล้ว ก็อยากเรียนร้องเพลงกับครูมิ้นต่อเลย อยากพัฒนาต่อๆไปค่ะ ขอบคุณครูมิ้น...พี่มิ้นอีกครั้งนะคะ กราบ..กราบงามๆ ^^
อรุโณทัย พิริยะเกียรติสกุล (อุ๋ม),
นักการเงิน, PTT Green Energy Pte. Ltd.

ได้มีโอกาสเรียนออกเสียงเบื้องต้นกับครูมิ้น  ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นเวลาร้องเพลงหรือพูดต่อหน้าคนหมู่มาก เพราะเดิมเป็นคนที่พูดเสียงเบา  เสียงอยู่ในลำคอ เมื่อได้เรียนการออกเสียงแล้วก็สามารถแก้ไขการออกเสียงของตัวเอง ทำให้มีความสุขเวลาร้องเพลง และพูดคุยกับคนอื่นๆ โดยที่ไม่ต้องถามซ้ำอีกครั้ง บอกตรงๆมีความสุขมากๆ เวลาที่เรียนกับครูมิ้น เพราะครูมิ้นใจดีสุดๆ เข้าใจลูกศิษย์ ครูบอกข้อเสียให้เราปรับตัวเอง จนเรามีความมั่นใจ ขอบคุณครูนะคะ เรียนกับครูมิ้นไม่ผิดหวังจริงๆ
ฉวีวรรณ อุ่นจิตร,
ข้าราชการ


นักเรียนคอร์ส Singing

จากที่ผมเคยเรียนร้องเพลงมาหลายที่ ได้เจอคุณครูหลายคน ส่วนใหญ่ที่ผมเจอและรู้สึกคือ ผมมักจะเสียความเป็นตัวของตัวเองไป จากการที่ครูบางท่านมักจะใส่สไตล์การร้องที่ครูอยากให้มันเป็นในเพลงนั้นๆ กำหนดว่าตรงนี้ควรเอื้อนอย่างนี้ ตรงนี้ใช้เสียงเต็มดีกว่า หรือตรงนี้ใช้เสียงลม ฯลฯ ซึ่งในบางครั้งผมรู้สึกว่ามันทำให้ทุกๆโน้ต ทุกๆประโยคถูกกำหนดไว้แล้ว ความรู้สึกที่มันเป็นธรรมชาติก็หายไป --- พอได้มาเรียนกับพี่มิ้น ทีแรกผมคิดในใจว่าพี่มิ้นดูไม่เหมือนครูท่านอื่นๆที่ผมเคยเจอมา ด้วยพี่มิ้นอาจจะยังดูเป็นวัยรุ่น 555 หลังจากได้เริ่มเรียน มันต่างไปจากเดิมตรงที่พี่มิ้นจะชี้จุดอ่อนที่ผมมี อธิบายและชี้แนะวิธีการที่จะพัฒนาจุดอ่อนนั้นๆให้ผม โดยให้ฝึกร้องเพลงที่ใช้เสียงนั้นเยอะๆ หรือวอร์มเสียงด้วยแบบฝึกหัดต่างๆ เพื่อให้เสียงแข็งแรงและพร้อมมากขึ้นกับเพลงในสไตล์ต่างๆ โดยไม่เสียความเป็นตัวเอง ซึ่งผมรู้สึกว่ามันได้ผลจริงๆ จากคนรอบข้างและพี่ๆเพื่อนๆที่ทำงานด้วย (โฆษณาขายครีมรึเปล่า 555) ขอขอบคุณพี่มิ้นมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
โปเต้ (วง Mean ค่าย LoveIs),
นักร้อง / นักแต่งเพลง

I am one of student in P'Mint class, and learn a lot from her.
P'Mint class have two emotions; concentrate (serious) and also enjoyable. She teaches the way that make student easily to understand and not easy to forget too. For example, for me, I need help about pronunciation in Thai language. Some words quite hard for me to pronounce, however, P'Mint is the teacher that can make me do it right.
She is not a kind of teacher that leave student behind because of the time's up, sometimes, she teaches until the student can do it right, then we forget what time is it. This is why I love her passion to teach me and the other people. I'm happy to study with P'Mint and now still want to get some help from her.
Jin Zoo-hyung (Korean),
ศิลปิน / นายแบบ

เป็นคนหูเพี้ยนเลยร้องเพลงเพี้ยนมาแต่ไหนแต่ไร ไม่ใช่แค่เพี้ยนโน้ต แต่ถึงขนาดขึ้นดนตรีอินโทรมายังร้องออกมาได้คนละคีย์ไปเลยครับ แต่พี่มิ้นใจเย็น อดทนมาก ค่อยๆ แก้จนหายได้ การเรียนร้องเพลงกับพี่มิ้นไม่ใช่แค่ทำให้ร้องเพลงเป็น ร้องเพลงได้ดีขึ้น แต่ทำให้ใช้เสียงในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น มีจังหวะจะโคนขึ้น ถนอมเสียงตัวเองมากขึ้น แล้วก็ทำให้การฟังเพลงสนุกขึ้นด้วยครับ จากที่แค่ฟังว่า เออ เพราะดี ก็มาเริ่มฟังว่าเขาร้องตรงไหนยังไง ยิ่งเรียนยิ่งสนุกครับ
ฐิติวัชร อุดมสิริวัฒน์ (ป๋อง),
ล่าม / ครูสอนภาษาเกาหลี

แต่เดิมชื่นชอบในการร้องเพลงของมิ้นอยู่แล้ว  จนมีโอกาสได้มาเรียนร้องเพลงด้วย  ไม่คิดว่ามิ้นจะรู้ลึก รู้จริง เกี่ยวกับการร้องเพลงมากมายขนาดนี้ ประมาณว่า ถามมาเถอะ ตอบได้หมด!! แถมยังอธิบายความเป็นตัวเราจากการใช้น้ำเสียงในการพูด ไม่ใช่แค่ร้องเพลง เลยค้นพบว่าจริง ๆ แล้วการใช้เสียงที่ถูกต้องจำเป็นมากในชีวิตประจำวัน การร้องเพลงส่วนหนึ่ง การพูดก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งตัวเรามีปัญหาเรื่องของการพูดไม่ชัด  มิ้นก็มานั่งแก้ให้คอยสอนว่าแต่ละตัวอักษรออกเสียงอย่างไร เรียกได้ว่า วางรากฐานให้อย่างแน่นหนาเลยทีเดียว
อภิรดี โกเฮง (ป่อปิ๋ว),
MD, Siam Uniform company

ความรู้สึกก่อนที่จะได้มาเรียนร้องเพลงกับพี่มิ้น คือ กลัว อาจจะเพราะพี่มิ้นเป็นศิลปิน ประกอบกับเราก็เป็นคนที่ร้องเพลงไม่เป็น ไม่ใช่แค่ร้องไม่เป็น แต่ถึงขั้นเพี้ยนอย่างหนัก เลยรู้สึกหนักใจมาก กลัวว่าจะทำได้มั้ย แต่พอได้มาเรียน ความรู้สึกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเลยค่ะ พอได้พูดคุยกัน พี่มิ้นเป็นคนใจดีมาก น่ารัก ที่สำคัญมีความอดทนมากๆ เพราะพี่มิ้นสามารถอดทนกับเราได้ โดยไม่มีอาการหงุดหงิดหรืออารมณ์เสียเลยแม้แต่ครั้งเดียว แรกๆ เรียนไปก็มีท้อ เพราะทำไม่ได้ แต่พี่มิ้นก็เป็นคุณครูที่น่ารักนอกจากสอนก็คอยให้กำลังใจไปด้วย ว่าถ้าเราชอบแต่เมื่อเราไม่มีพรสวรรค์ เราก็ต้องแสวงเอานะ พี่เชื่อกิฟท์ทำได้ แค่นี้ก็มีกำลังใจมากๆแล้วค่ะ ตั้งแต่เรียนมาจนถึงวันนี้ ก็ยังคิดที่จะเรียนต่อไปเรื่อยๆ รู้สึกดีใจและไม่เคยผิดหวังเลยที่ได้มาเรียนและก็ได้มาเป็นลูกศิษย์ รักคุณครูพี่มิ้นนะคะ
Gift,
นักกายภาพบำบัด

ผมเรียนร้องเพลงกับคุณมิ้น ตั้งแต่ปี 2550 ครับ เรียน 2 ปี คุณมิ้นก็ไปศึกษาต่อที่อังกฤษ ก็เลยต้องหยุดเรียนแต่เพียงเท่านี้ก่อน จำได้ว่าตอนนั้นเรียนมาถึง เสียงประสานคู่ 3 คู่ 5 กำลังสนุกเลย เพลงที่นำมาฝึกร้องในตอนนั้นคือ The sound of silence เพลงนี้ผมเป็นคนเลือกเอง (ผมชอบ) จากนั้นก็เพลง ขนนกกับดอกไม้ ของพี่เบิร์ด ก่อนที่จะหยุดเรียนไปนานเลย คุณมิ้นมีวิธีสอนไม่เหมือนใคร สนุกเป็นกันเอง คุณเป็นมิ้นเหมือนครูและเพื่อนที่ดีสำหรับผมเสมอครับ ถ้ามีโอกาสจะกลับไปเรียนอีก ปัจจุบันผมทำงานเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ได้นำความรู้ที่ได้มาไปใช้เยอะมาก ไม่ใช่แค่การร้องเพลง แต่มีอะไรดีๆมากกว่านั้น อยากให้ทุกคนมาเรียนกันครับ
ธนินท์วิตร ดิษฐเกษร (ใหญ่),
พนักงานธนาคารออมสิน

and many more students..

Ae_Maneerat_Shiroiมาร์คนิวกอล์ฟบู้ลูกหมูติ๊ก